แว่นกักเก็บความชุ่มชื้นคืออะไร? รู้จักอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลคนตาแห้ง

เคยรู้สึกแสบตา เคืองตา หรือเหมือนมีทรายในตา โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานหน้าจอ อยู่ในห้องปรับอากาศ หรือเผชิญลมเป็นเวลานานหรือไม่? อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะตาแห้ง (Dry Eye Disease) ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ และอาจส่งผลต่อความสบายตาในการใช้ชีวิตประจำวัน

หนึ่งในอุปกรณ์ที่น่าสนใจสำหรับการดูแลภาวะตาแห้งคือ แว่นกักเก็บความชุ่มชื้น (Moisture-retaining spectacles หรือ Moisture chamber glasses) ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยรักษาความชื้นรอบดวงตาและลดการระเหยของน้ำตา แนวทางนี้ได้รับการกล่าวถึงในรายงาน TFOS DEWS III ซึ่งเป็นรายงานฉันทามติทางวิชาการเกี่ยวกับการดูแลภาวะตาแห้ง

ตาแห้งเกิดจากอะไร?

ภาวะตาแห้งเกิดจากความไม่สมดุลของฟิล์มน้ำตาและผิวตา โดยอาจเกิดจากการผลิตน้ำตาไม่เพียงพอ หรือฟิล์มน้ำตาไม่คงตัวและระเหยเร็วเกินไป ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น ความผิดปกติของต่อมไมโบเมียนบริเวณเปลือกตา การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานจนกะพริบตาน้อยลง การอยู่ในห้องปรับอากาศหรือบริเวณที่มีลม รวมถึงยาบางชนิดและโรคประจำตัวบางอย่าง ผู้ที่มีภาวะนี้อาจมีอาการแสบตา เคืองตา รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา หรือตามัวเป็นครั้งคราวได้

แว่นกักเก็บความชุ่มชื้นทำงานอย่างไร?

แว่นกักเก็บความชุ่มชื้นมีการออกแบบให้ขอบแว่นแนบกับบริเวณรอบดวงตา เพื่อจำกัดการไหลเวียนของอากาศระหว่างใบหน้ากับเลนส์ ช่วยรักษาความชื้นบริเวณผิวตา และลดการระเหยของฟิล์มน้ำตา

หลักการทำงานสำคัญ ได้แก่

  • ลดการสัมผัสลม: ช่วยลดกระแสลมที่พัดเข้าสู่บริเวณดวงตาโดยตรง ซึ่งอาจกระตุ้นให้น้ำตาระเหยเร็วขึ้น
  • ช่วยรักษาความชื้นรอบดวงตา: พื้นที่ระหว่างใบหน้ากับเลนส์ช่วยจำกัดการถ่ายเทอากาศ ทำให้ความชื้นบริเวณรอบดวงตาคงอยู่ได้มากขึ้น
  • ช่วยลดการระเหยของน้ำตา: เมื่อสภาพแวดล้อมรอบดวงตามีความชื้นเหมาะสมขึ้น การสูญเสียน้ำจากฟิล์มน้ำตาอาจลดลง

แว่นบางรุ่นมีช่องสำหรับใส่แผ่นรองเพิ่มความชื้น ซึ่งต้องใช้งานตามคำแนะนำของผู้ผลิต ประสิทธิภาพของแว่นขึ้นอยู่กับการออกแบบและความกระชับของกรอบ หากมีช่องว่างมากจนลมผ่านได้ง่าย ความสามารถในการกักเก็บความชื้นอาจลดลง

TFOS DEWS III กล่าวถึงแว่นกักเก็บความชุ่มชื้นอย่างไร?

TFOS DEWS III (Tear Film & Ocular Surface Society Dry Eye Workshop III) เป็นรายงานทางวิชาการที่ทบทวนหลักฐานเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการดูแลภาวะตาแห้ง เผยแพร่ในปี 2025 ระบุแว่นกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในกลุ่ม tear conservation devices หรืออุปกรณ์ที่ช่วยรักษาน้ำตาไว้ เป็นตัวช่วยสำคัญในการคงความเสถียรของฟิล์มน้ำตา ทั้งภาวะตาแห้งแบบ น้ำตาระเหยไว (Lipid Layer Deficiency) และ สร้างน้ำตาได้น้อย (Aqueous Deficiency)

งานวิจัยเกี่ยวกับแว่นกักเก็บความชุ่มชื้นพบอะไรบ้าง?

1. การศึกษาผู้ที่มีภาวะตาแห้ง 30 คน

Shen และคณะ ตีพิมพ์งานวิจัยในวารสาร Optometry and Vision Science ปี 2016 โดยศึกษาผู้ที่มีภาวะตาแห้ง 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่สวมแว่นกักเก็บความชุ่มชื้น 15 คน และกลุ่มควบคุม 15 คน พร้อมติดตามตัวชี้วัดเป็นระยะภายใน 90 นาที

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่สวมแว่นมีความสบายตา ความสูงของแถบน้ำตา และระยะเวลาที่ฟิล์มน้ำตาคงตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม โดยตัวชี้วัดหลายรายการให้ผลดีที่สุดประมาณ 60 นาทีหลังเริ่มสวมแว่น

2. การศึกษาภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีลม

Ogawa และคณะ ตีพิมพ์งานวิจัยในวารสาร Eye & Contact Lens ปี 2018 โดยศึกษาผู้ที่สงสัยว่ามีภาวะตาแห้ง 14 คน ภายใต้การสัมผัสลมที่ควบคุมไว้เป็นเวลา 10 นาที เปรียบเทียบระหว่างการไม่สวมแว่น การสวมแว่นทั่วไป และการสวมแว่นกักเก็บความชุ่มชื้น

ผลพบว่า หลังสัมผัสลม ผู้เข้าร่วมมีคะแนนความรู้สึกตาแห้งต่ำกว่าเมื่อสวมแว่นกักเก็บความชุ่มชื้น นอกจากนี้ การสัมผัสลมยังทำให้อัตราการระเหยของน้ำตาและอัตราการกะพริบตาเพิ่มขึ้นในเงื่อนไขที่ไม่สวมแว่นหรือสวมแว่นทั่วไป ขณะที่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญก่อนและหลังสัมผัสลมเมื่อสวมแว่นกักเก็บความชุ่มชื้น

ผลการศึกษานี้สนับสนุนว่าแว่นอาจช่วยบรรเทาอาการตาแห้งในสภาพแวดล้อมที่มีลมได้ แต่เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมเพียง 14 คนและทดสอบในช่วงเวลาสั้น จึงควรตีความผลอย่างระมัดระวัง

ใครบ้างที่อาจเหมาะกับแว่นกักเก็บความชุ่มชื้น?

แว่นประเภทนี้อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการตาแห้งสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เช่น

  • ผู้ที่ทำงานในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่ทำงานหน้าจอและมีอาการตาแห้งหรือระคายเคืองระหว่างวัน
  • ผู้ที่ต้องเผชิญลมจากพัดลม เครื่องปรับอากาศ หรือสภาพแวดล้อมภายนอก
  • ผู้ที่ต้องการลดการสัมผัสลมบริเวณดวงตาระหว่างทำกิจกรรมประจำวัน

ทั้งนี้ การจ้องหน้าจออาจสัมพันธ์กับการกะพริบตาที่ลดลง ส่วนแว่นช่วยจัดการสภาพแวดล้อมรอบดวงตาเป็นหลัก จึงควรดูแลพฤติกรรมการใช้สายตาร่วมด้วย ไม่ควรคาดหวังว่าแว่นจะช่วยแก้ปัจจัยทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตาแห้ง

เมื่อไรควรพบจักษุแพทย์?

หากมีอาการตาแห้งต่อเนื่อง เป็นซ้ำบ่อย หรือไม่ดีขึ้นหลังปรับสภาพแวดล้อม ควรพบจักษุแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่ามีความผิดปกติของเปลือกตา ต่อมน้ำตา หรือผิวตา หากมีอาการปวดตารุนแรง ตาแดงมาก แพ้แสง หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ควรรับการประเมินโดยเร็ว

สรุป

แว่นกักเก็บความชุ่มชื้นเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสัมผัสลมและการระเหยของน้ำตา โดย TFOS DEWS III กล่าวถึงอุปกรณ์ประเภทนี้ในกลุ่มการรักษาที่ช่วยรักษาน้ำตาไว้ ขณะที่งานวิจัยขนาดเล็กบางส่วนพบประโยชน์ต่อความสบายตาและตัวชี้วัดของฟิล์มน้ำตา โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีลม

อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีอยู่ยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนผู้เข้าร่วมและระยะเวลาติดตาม แว่นจึงควรมองเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสภาพแวดล้อมรอบดวงตา ไม่ใช่วิธีรักษาที่รับประกันผลในทุกคน การเลือกใช้อย่างเหมาะสมควรพิจารณาจากอาการ สาเหตุ และคำแนะนำของจักษุแพทย์

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคลได้

แหล่งอ้างอิง

  1. Jones L, et al. TFOS DEWS III: Management and Therapy. Am J Ophthalmol. 2025;279:289386.
  2. Shen G, et al. Effect of Moisture Chamber Spectacles on Tear Functions in Dry Eye Disease. Optom Vis Sci. 2016;93(2):158164.
  3. Ogawa M, et al. Evaluation of the Effect of Moist Chamber Spectacles in Patients With Dry Eye Exposed to Adverse Environment Conditions. Eye Contact Lens. 2018;44(6):379383.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้