กรมควบคุมโรคออกเตือนให้เฝ้าระวัง "โรคมือ เท้า ปาก" ในกลุ่มเด็กเล็ก หลังพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนและช่วงเปิดภาคเรียน โดยมักระบาดเป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในหลายพื้นที่ เนื่องจากเด็กมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด และมีการใช้สิ่งของสัมผัสร่วมกัน จึงเพิ่มโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อโรค
โรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot and Mouth Disease) เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enteroviruses) พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เชื้อสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือ ของเหลวจากตุ่มพอง รวมถึงการสัมผัสของเล่น เครื่องใช้ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองภายในประมาณ 710 วัน อย่างไรก็ตาม เด็กบางราย โดยเฉพาะเด็กเล็ก อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท หรือระบบทางเดินหายใจ จึงควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
โรคมือ เท้า ปากสามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ประกอบกับช่วงเปิดภาคเรียนที่เด็กจำนวนมากกลับมาทำกิจกรรมร่วมกันในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จึงมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดและใช้สิ่งของร่วมกันมากขึ้น ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่ายและอาจเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน
หากลูกมีอาการไข้สูง รับประทานอาหารหรือน้ำได้น้อยมาก ซึมลง อาเจียนมาก ชักเกร็ง หายใจหอบเหนื่อย หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น เดินเซหรืออ่อนแรง ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็กช่วงหน้าฝนและเปิดภาคเรียน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหายเองได้ แต่การป้องกันด้วยการรักษาสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดการแพร่กระจายของโรคได้
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
