"นั่งใกล้จอสายตาจะสั้น" "กินแครอทเยอะๆ สายตาจะดีขึ้น" ความเชื่อเรื่องดวงตาที่ได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กเหล่านี้ จริงหรือแค่ตำนานที่เล่าต่อกันมา มาไขความจริงกันทีละข้อ
ความจริง: การนั่งใกล้จอไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของสายตาสั้น สายตาสั้นเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรมและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยการใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานาน (ทั้งจอและหนังสือ) อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดหรือการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้น เด็กที่มองไม่ชัดจึงอาจมีพฤติกรรมนั่งใกล้จออยู่แล้ว เพราะต้องการมองภาพให้ชัดขึ้น
ความจริง: แครอทมีเบตาแคโรทีนซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อการทำงานของดวงตา แต่การกินแครอทไม่ได้ช่วยแก้ไขสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงที่เกิดขึ้นแล้ว และการกินมากเกินความต้องการไม่ได้ทำให้มองเห็นได้ดีกว่าปกติ
ความจริง: ตรงกันข้ามเลย การขยี้ตาแรงๆ ยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารฮีสตามีนมากขึ้น อาจทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น นอกจากนี้ การขยี้ตาเป็นประจำยังสัมพันธ์กับการเกิดและการดำเนินของโรคกระจกตาโก่ง (keratoconus) โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ หากมีอาการคันตา ควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตา และอาจใช้น้ำตาเทียมหรือประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทาอาการตามสาเหตุ
ความจริง: จริงๆ แล้วต่างกันมาก ประคบร้อนและประคบเย็นมีประโยชน์ต่างกัน ประคบร้อนมักใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการตาแห้งและภาวะที่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ส่วนประคบเย็นช่วยบรรเทาอาการคัน บวม และระคายเคือง โดยเฉพาะในภาวะภูมิแพ้ของดวงตา (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ประคบร้อน vs ประคบเย็น ต่างกันอย่างไร)
ความจริง: ตาแห้งเกิดขึ้นได้ทุกวัย พบได้ทั้งคนวัยทำงานและวัยเรียน โดยเฉพาะคนที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือนานๆ เพราะอัตราการกะพริบตาลดลง ทำให้น้ำตาระเหยเร็วขึ้น
ความจริง: การใส่แว่นที่มีค่าสายตาเหมาะสมไม่ได้ทำให้สายตาแย่ลง แว่นตาทำหน้าที่ช่วยให้ภาพตกบนจอประสาทตาอย่างเหมาะสมและช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น การเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น อายุ พันธุกรรม และการเปลี่ยนแปลงของดวงตา ไม่ได้เกิดจากการใส่แว่นบ่อย ๆ หากมีค่าสายตาผิดปกติและไม่ได้ใส่แว่นที่เหมาะสม อาจทำให้มองไม่ชัด ต้องเพ่งมากขึ้น และเกิดอาการล้าตาได้
ความเชื่อเรื่องดวงตาหลายข้อที่เล่าต่อกันมาไม่ได้มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับเสมอไป การรู้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องจะช่วยให้ดูแลดวงตาได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น ไม่หลงเชื่อวิธีที่อาจทำร้ายดวงตาโดยไม่รู้ตัว
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีปัญหาเรื่องสายตา ควรปรึกษาจักษุแพทย์
