เมื่อลูกมีไข้ คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักนึกถึงการเช็ดตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย แต่จริง ๆ แล้ว การเช็ดตัวจำเป็นทุกครั้งที่มีไข้หรือไม่ และควรเช็ดตัวอย่างไรให้ถูกวิธี?
ปัจจุบันคำแนะนำทางการแพทย์เน้นว่า เป้าหมายสำคัญของการดูแลเด็กที่มีไข้ คือการทำให้เด็กสบายตัว ไม่จำเป็นต้องลดอุณหภูมิร่างกายให้กลับมาเป็นปกติเสมอไป
1. เมื่อลูกมีไข้ จำเป็นต้องเช็ดตัวไหม?
ไข้ คือภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ โดยเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่ามีไข้จะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่วัด ได้แก่
- วัดทางหูหรือหน้าผาก ตั้งแต่ 38°C ขึ้นไป
- วัดทางปาก ตั้งแต่ 37.8°C ขึ้นไป
- วัดทางรักแร้ ประมาณ 37.237.5°C
การเช็ดตัวเป็นวิธีที่นิยมใช้เพื่อช่วยลดไข้ แต่หลักฐานทางการแพทย์ยังไม่สนับสนุนให้เช็ดตัวเป็นประจำทุกครั้งที่มีไข้ และการเช็ดตัวอาจทำให้เด็กหนาวสั่นหรือไม่สบายตัวได้
ดังนั้น หากลูกยังเล่นได้ ดื่มน้ำได้ และไม่รู้สึกไม่สบายตัวมาก ไม่จำเป็นต้องฝืนเช็ดตัว สามารถดูแลตามอาการได้
2. วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง
หากลูกมีไข้และรู้สึกไม่สบายตัว สามารถพิจารณาเช็ดตัวเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ โดยมีวิธีดังนี้
- เตรียมน้ำ: ใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น ไม่ใช้น้ำเย็นจัด
- ใช้ผ้าชุบน้ำ: บิดผ้าให้หมาด แล้วเช็ดเบา ๆ บริเวณที่มีเลือดไหลเวียนดี เช่น ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ
- เช็ดอย่างนุ่มนวล: ไม่ถูหรือขัดผิวแรง ๆ และสังเกตอาการของเด็กระหว่างเช็ดตัว
- หยุดเมื่อเด็กไม่สบายตัว: หากลูกมีอาการหนาวสั่น ร้องไห้ หรือไม่สบายตัวขณะเช็ด ควรหยุดทันที
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่ใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัว เพราะอาจทำให้หนาวสั่นและไม่สบายตัวมากขึ้น
- ไม่ใช้แอลกอฮอล์เช็ดตัว เพราะอาจถูกดูดซึมผ่านผิวหนังและก่อให้เกิดอันตรายได้
- ไม่เช็ดตัวแรง ๆ หรือฝืนเช็ดเมื่อลูกไม่ให้ความร่วมมือ
3. วิธีดูแลลูกเมื่อมีไข้
นอกจากการเช็ดตัวแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกสบายตัวขึ้นได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- ให้ยาลดไข้เมื่อจำเป็น: หากลูกมีอาการไม่สบายตัว สามารถให้พาราเซตามอลตามขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว โดยใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
- ให้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ: ให้ลูกจิบน้ำบ่อย ๆ หรือให้ดื่มนมตามวัย เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี: ไม่สวมเสื้อผ้าหนาเกินไป และไม่ห่มผ้าจนร้อน
- จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม: อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป
- สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: ดูระดับความรู้สึกตัว การดื่มน้ำ ปริมาณปัสสาวะ และอาการผิดปกติอื่น ๆ
ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้ยาลดไข้เพียงเพื่อป้องกันอาการชักจากไข้ และควรหลีกเลี่ยงยาไอบูโพรเฟนในเด็กที่สงสัยไข้เลือดออก หรือมีโรคไต โรคตับ และโรคแผลในกระเพาะอาหาร
4. อาการแบบไหนที่ควรพาลูกไปพบแพทย์?
แม้ว่าไข้ในเด็กส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อ แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการรักษา ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้
- เด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือนและมีไข้ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว
- ซึมลง ปลุกยาก หรือไม่ตอบสนองตามปกติ
- มีอาการชักหรือเกร็งกระตุก ควรรีบรับการรักษาฉุกเฉิน
- หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือหายใจเร็วผิดปกติ
- ดื่มนมหรือน้ำได้น้อยลงมาก หรือมีอาการขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง
- มีผื่นหรือจุดเลือดออกผิดปกติ โดยเฉพาะจุดแดงหรือม่วงที่กดแล้วไม่จาง
- ไข้ไม่ลดลงภายใน 23 วัน หรือมีไข้กลับมาเป็นซ้ำ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ
สรุป
การเช็ดตัวไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องทำทุกครั้งเมื่อลูกมีไข้ และไม่จำเป็นต้องพยายามลดอุณหภูมิร่างกายให้กลับมาเป็นปกติเสมอไป หากลูกยังสบายตัว สามารถดื่มน้ำและเล่นได้ตามปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเช็ดตัว
หัวใจสำคัญของการดูแลเด็กที่มีไข้ คือการทำให้ลูกสบายตัว ให้ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ใช้ยาลดไข้เมื่อจำเป็น และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เพื่อให้ลูกได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
เอกสารอ้างอิง
- ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย. คำแนะนำการดูแลผู้ป่วยเด็กที่มีไข้. 26 กรกฎาคม 2568.
- National Institute for Health and Care Excellence (NICE). Fever in under 5s: assessment and initial management. NICE Guideline NG143. 2019. Available from: https://www.nice.org.uk/guidance/ng143
