การเลือก หน้ากากเด็ก ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความพอดีมากกว่าความสวยงาม เพราะหน้ากากที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปอาจทำให้เกิดช่องว่างรอบใบหน้า และลดประสิทธิภาพในการป้องกัน
หน้ากากควรคลุม จมูก ปาก คาง และกระชับกับใบหน้าโดยไม่รัดแน่นจนรู้สึกอึดอัด
หากหน้ากากหลวม มีช่องว่างบริเวณข้างแก้มหรือสันจมูกมากเกินไป ควรเปลี่ยนเป็นขนาดที่เหมาะสมกว่า
เด็กอาจปฏิเสธการใส่หน้ากากหากวัสดุทำให้คัน ระคายเคือง หรือร้อนเกินไป ดังนั้นควรเลือกวัสดุที่สัมผัสผิวแล้วสบาย ไม่ทำให้เด็กต้องจับหรือถอดหน้ากากบ่อย ๆ และเลือกหน้ากากที่มีคุณสมบัติด้าน การกรอง (filtration) การระบายอากาศ (breathability) และความกระชับ (fit) อย่างเหมาะสม
สายคล้องหูควรมีความยืดหยุ่นและพอดีกับเด็ก ไม่ควรรัดจนเกิดรอยแดงหรือทำให้เจ็บบริเวณหลังใบหู
ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตหรือแหล่งจำหน่ายที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ และพิจารณามาตรฐานของหน้ากากตามประเภทผลิตภัณฑ์
เมื่อเด็กสามารถสวมหน้ากากได้ ควรสอนวิธีใช้ที่ถูกต้อง และให้ผู้ปกครองช่วยดูแล โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังต้องการความช่วยเหลือในการใส่หรือถอดหน้ากาก
ก่อนใส่หน้ากาก
ขณะสวมใส่
เมื่อต้องถอดหน้ากาก
ควรถอดโดยจับบริเวณสายคล้องหู หลีกเลี่ยงการสัมผัสด้านหน้าของหน้ากาก และล้างมือหลังถอดหน้ากาก โดยเฉพาะหน้ากากที่ผ่านการใช้งานแล้ว
การสวมหน้ากากอนามัยไม่ควรพิจารณาเพียงว่า "เด็กใส่ได้หรือไม่ได้" แต่ควรพิจารณาร่วมกันทั้ง อายุ ความสามารถในการถอดหน้ากาก ขนาดใบหน้า สุขภาพของเด็ก และสถานการณ์ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
การเลือกหน้ากากเด็กที่มีขนาดพอดี คลุมจมูก ปาก และคางได้อย่างเหมาะสม รวมถึงสอนให้เด็กใช้และถอดหน้ากากอย่างถูกต้อง จะช่วยให้หน้ากากทำหน้าที่ป้องกันได้อย่างเหมาะสม
References
1. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Community Respirators and Masks: Considerations for specific groupsChildren. 2025.
2. บทความจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. ดูแลลูกน้อยอย่างไรในช่วง COVID-19 ระบาด?
