คุณอาจกำลังมีกระดูกพรุนอยู่ตอนนี้โดยไม่รู้ตัว เพราะโรคนี้อาจไม่มีอาการเจ็บปวดเลยในระยะแรก แพทย์เรียกมันว่า "ภัยเงียบ" เพราะคนส่วนใหญ่จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อกระดูกหักไปแล้วเท่านั้น
โรคกระดูกพรุนเกิดจากมวลกระดูกลดน้อยลง เนื่องจากการสลายตัวของกระดูกเร็วกว่าการสร้างกระดูกใหม่ มักไม่มีอาการหรือความเจ็บปวดในระยะแรก ผู้ป่วยจึงไม่ทราบว่ากระดูกของตัวเองบางลงไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุกระดูกหักขึ้นมาจริงๆ
เมื่อกระดูกมีความแข็งแรงลดลงและเปราะมากขึ้น แม้แรงกระแทกเบาๆ ก็สามารถทำให้กระดูกหักได้ เช่น การล้มที่ไม่รุนแรง หรือแม้แต่การยกของที่ไม่หนักมาก ตำแหน่งที่พบกระดูกหักบ่อยจากภาวะนี้ ได้แก่ กระดูกข้อสะโพก กระดูกข้อมือ กระดูกสันหลัง และกระดูกต้นแขน
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ กระดูกสันหลังอาจยุบตัวได้จากแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย หรือบางครั้งเกิดขึ้นโดยไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน และผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจไม่แสดงอาการอะไรเลยแม้กระดูกจะหักไปแล้ว
แม้จะไม่มีอาการเจ็บปวดชัดเจน แต่มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่พอสังเกตได้เมื่อภาวะกระดูกพรุนดำเนินไปมากขึ้น:
โรคนี้พบมากในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังหมดประจำเดือนที่ส่งผลต่อการสลายมวลกระดูก ยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสเป็นโรคนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
กระดูกพรุนคือภัยเงียบที่ไม่รอให้คุณรู้ตัวก่อนจะลงมือ การป้องกันตั้งแต่วันนี้ด้วยแคลเซียม การออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงและช่วยให้ตรวจพบภาวะกระดูกพรุนได้ก่อนเกิดกระดูกหัก
เอกสารอ้างอิง:
1. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. กระดูกพรุน โรคของกระดูกที่ต้องระวัง.
2. โรงพยาบาลพระรามเก้า. เข้าใจโรคกระดูกพรุน สาเหตุ อาการ และการป้องกัน.
3. โรงพยาบาลศิครินทร์. กระดูกพรุน โรคที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า.
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
