7 ความเชื่อผิดๆ เรื่องหน้ากากอนามัย ที่หลายคนยังเข้าใจผิด

หน้ากากอนามัยเป็นของใช้ประจำวันที่หลายคนมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้งานอยู่ไม่น้อย บางความเชื่ออาจทำให้ป้องกันเชื้อโรคได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือแย่กว่านั้นคือเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว มาเช็กกันว่าความเชื่อไหนที่ควรเลิกเชื่อได้แล้ว

เข้าใจผิด: หน้ากากหนาๆ ป้องกันได้ดีกว่า ?

ความจริง: ประสิทธิภาพการป้องกันไม่ได้ขึ้นกับความหนาของหน้ากากอนามัย (ไม่งั้นเราคงเอาทิชชู่หนาๆ มาปิดปากปิดจมูกแทนได้ไปแล้ว)

ประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อโรคขึ้นอยู่กับจำนวนชั้นกรองและคุณภาพของชั้นกรอง (Meltblown) หากหนาแต่ไม่มีชั้นกรอง หรือชั้นกรองไม่ได้มาตรฐานก็กันเชื้อโรคไม่ได้ หรือกันได้ไม่ดีพอ แถมยังทำให้หายใจอึดอัดแทน

เข้าใจผิด: หน้าตาเหมือนกัน ประสิทธิภาพและการแพ้ก็เหมือนกัน?

ความจริง: ถึงแม้หน้าตาอาจจะเหมือนกันหรือคล้ายกัน แต่ไม่ได้แปลว่าวัสดุที่ใช้ คุณภาพ รวมถึงผลการทดสอบจะเหมือนกัน

เพราะหน้ากากอนามัยทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคและต้องสัมผัสใบหน้าเราตลอดเวลา การเลือกหน้ากากอนามัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ! ควรเลือกที่มีมาตรฐาน เช่น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์ มีผลทดสอบทางห้องปฏิบัติการ (เช่น ค่า BFE, VFE, PFE) อย่างชัดเจน ผ่านการทดสอบการแพ้หรือการระคายเคืองผิว ไม่งั้นเราอาจจะได้รักษาผื่นแพ้หรือผิวอักเสบแทน

เข้าใจผิด: หน้ากากที่ระบุว่ากันฝุ่น จะสามารถกันเชื้อโรคได้ด้วย?

ความจริง: ไม่เสมอไป หากเป็นหน้ากากกันฝุ่นทั่วไป อาจไม่สามารถกันเชื้อโรคได้

หน้ากากที่กันเชื้อโรคได้ จะต้องมีผลทดสอบทางห้องปฏิบัติการ เช่น ค่า BFE, VFE, PFE, ค่าความแตกต่างของความดันอากาศ (ประเมินความสะดวกในการหายใจขณะสวมแมสก์) เป็นต้น และได้รับการรับรองตรวจสอบจากหน่วยงานที่ดูแลกำกับสินค้ากลุ่มนี้ เช่น การขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เข้าใจผิด: ใส่หน้ากากยาวได้ทั้งวันทั้งคืนถ้ายังไม่ข้ามวัน?

ความจริง: หน้ากากอนามัยทางการแพทย์เป็นชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use)

ถ้าจำเป็นต้องใส่แมสก์ตลอดทั้งวัน/ทั้งคืน ควรเปลี่ยนแผ่นใหม่ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง เพราะหน้ากากมีความชื้นจากเหงื่อหรือลมหายใจ ประสิทธิภาพของประจุไฟฟ้าสถิตในการดักจับเชื้อโรคจะลดลง รวมถึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียด้วย

เข้าใจผิด: ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้ากาก จะช่วยฆ่าเชื้อและนำกลับมาใช้ซ้ำได้?

ความจริง: เป็นความเข้าใจที่ผิด แอลกอฮอล์จะทำลายสารเคลือบกันน้ำและชั้นกรองไฟฟ้าสถิตของหน้ากากอนามัย ทำให้ประสิทธิภาพการกรองเชื้อโรคและฝุ่นละอองลดลงทันที

เข้าใจผิด: รองกระดาษทิชชู่ไว้ด้านในหน้ากาก จะช่วยกรองได้มากขึ้น และช่วยให้ใส่หน้ากากซ้ำได้หลายวัน?

ความจริง: กระดาษทิชชู่ไม่ได้มีส่วนช่วยกรองเชื้อโรค การรองกระดาษทิชชู่เพิ่ม อาจทำให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย หน้ากากไม่แนบสนิทกับใบหน้า แถมทำให้อึดอัด หายใจไม่สะดวกมากกว่าเดิม

เข้าใจผิด: ไม่มีอาการป่วย แปลว่าไม่ติดเชื้อและไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากาก?

ความจริง: ผู้ติดเชื้อจำนวนมากอาจไม่แสดงอาการ แต่สามารถเป็นพาหะแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้

หากเรามีอาการเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีอาการแต่ไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง/แออัดมาก ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อที่มองไม่เห็นไปสู่ผู้อื่น โดยเฉพาะบ้านที่มีกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

สรุป

การเลือกและใช้หน้ากากอนามัยให้ได้ผลจริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาหรือหน้าตาภายนอก แต่ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการผลิต คุณภาพชั้นกรอง และวิธีใช้ที่ถูกต้อง เช่น เปลี่ยนตามระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ฉีดแอลกอฮอล์หรือรองทิชชู่เพิ่ม และสวมใส่แม้ไม่มีอาการเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันทั้งตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างแท้จริง


บทความที่เกี่ยวข้อง: มาตรฐาน ASTM คืออะไร หน้ากากอนามัย Level 1 2 3 ต่างกันยังไง | วิธีเลือกหน้ากากอนามัยสำหรับเด็กให้เหมาะสม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้