ASTM คืออะไร หน้ากากอนามัย Level 1 2 3 ต่างกันยังไง

หลายคนเคยเห็นคำว่า "ASTM Level 1 / 2 / 3" บนกล่องหน้ากากอนามัย แต่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร และควรเลือกหน้ากากระดับไหนให้เหมาะกับการใช้งาน

จริง ๆ แล้ว ASTM Level ไม่ได้หมายความว่า "เลขยิ่งสูงยิ่งกรองเชื้อได้มากกว่าเสมอไป" แต่เป็นการแบ่งระดับสมรรถนะของ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (medical face mask) โดยพิจารณาหลายด้าน เช่น ประสิทธิภาพการกรอง ความต้านทานต่อของเหลว และความต้านทานขณะหายใจ

มาทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ กันครับ

ASTM คืออะไร?

ASTM International เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่พัฒนาและเผยแพร่มาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ วัสดุ และวิธีการทดสอบหลายประเภท หนึ่งในมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับหน้ากากอนามัยทางการแพทย์คือ ASTM F2100 ซึ่งกำหนดข้อกำหนดด้านสมรรถนะของหน้ากากทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียว

ASTM F2100 ครอบคลุมการประเมินหลายด้าน ได้แก่

  • BFE (Bacterial Filtration Efficiency) ประสิทธิภาพการกรองแบคทีเรีย
  • PFE (Sub-micron Particulate Filtration Efficiency) ประสิทธิภาพการกรองอนุภาคขนาดเล็ก
  • ความต้านทานต่อการซึมผ่านของเลือดสังเคราะห์ เพื่อประเมินการป้องกันการกระเซ็นหรือการพุ่งของของเหลว
  • Differential Pressure หรือความต้านทานขณะหายใจผ่านหน้ากาก
  • รวมถึงข้อกำหนดด้านอื่น เช่น การลามไฟและความเข้ากันได้ทางชีวภาพตามข้อกำหนดของมาตรฐานฉบับปัจจุบัน

ที่สำคัญ ASTM F2100 เป็นมาตรฐานสำหรับ medical face masks ไม่ใช่มาตรฐานสำหรับหน้ากากกรองอนุภาคชนิด respirator เช่น N95 ดังนั้นหากต้องการป้องกันการสูดดมอนุภาคขนาดเล็กในระดับสูง หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถใช้แทน respirator ที่ได้รับการรับรองได้

ASTM Level 1, 2 และ 3 ต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไปทั้ง 3 ระดับมีข้อกำหนดด้านการกรองแบคทีเรียและอนุภาค แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือ ความสามารถในการต้านการซึมผ่านของเลือดสังเคราะห์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก Level 1 ไปยัง Level 3

คุณสมบัติLevel 1Level 2Level 3
BFE
กรองแบคทีเรีย
95%98%98%
PFE*
กรองอนุภาคขนาดเล็ก
95%98%98%
ความต้านทานต่อเลือดสังเคราะห์80 mmHg120 mmHg160 mmHg
ความต้านทานขณะหายใจ
(Differential pressure)
<5 mmHO/cm2<6 mmHO/cm2<6 mmHO/cm2
การลามไฟClass 1Class 1Class 1

จุดสำคัญคือ Level 3 ไม่ได้หมายความว่ากรองอนุภาคได้ดีกว่า Level 2 เพราะข้อกำหนด BFE และ PFE ของทั้งสองระดับอยู่ในเกณฑ์เดียวกัน แต่ Level 3 สามารถต้านการซึมผ่านของเลือดสังเคราะห์ได้ที่แรงดันสูงกว่า คือ 160 mmHg เทียบกับ 120 mmHg ใน Level 2

*เกณฑ์การทดสอบอาจแตกต่างกันตามฉบับของมาตรฐาน ASTM ที่ผู้ผลิตอ้างอิง

แล้วแต่ละระดับเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

การเลือก ASTM Level ควรดูจาก ความเสี่ยงของกิจกรรมและโอกาสสัมผัสของเหลว ไม่ใช่เลือกจากตัวเลขที่สูงที่สุดเพียงอย่างเดียว

  • Level 1 เหมาะกับสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการกระเซ็นของของเหลวไม่มาก เช่น การใช้งานทั่วไป หรือการดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีความเสี่ยงต่อเลือดและสารคัดหลั่งในระดับสูง
  • Level 2 เหมาะกับสถานการณ์ที่มีโอกาสสัมผัสละอองหรือของเหลวมากขึ้น เช่น งานทางการแพทย์หรือทันตกรรมบางประเภทที่อาจเกิดการกระเซ็นของของเหลว
  • Level 3 เหมาะกับสถานการณ์ที่มีโอกาสสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งที่มีแรงกระแทกหรือแรงดันสูง เช่น หัตถการหรือการผ่าตัดบางประเภทที่มีความเสี่ยงต่อการกระเซ็นของเลือดมาก

สำหรับประชาชนทั่วไปที่ใช้หน้ากากในชีวิตประจำวัน การเลือก Level ที่เหมาะสมควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงต่อการสัมผัสของเหลว ไม่จำเป็นต้องเลือก Level 3 ในทุกสถานการณ์

ดังนั้นในการใช้งานจริง ควรเลือกหน้ากากที่

  • มีขนาดเหมาะกับใบหน้า
  • คลุมจมูก ปาก และคางได้มิดชิด
  • ปรับบริเวณสันจมูกให้กระชับ
  • ไม่มีช่องว่างขนาดใหญ่รอบขอบหน้ากาก
  • สวมใส่แล้วไม่ต้องจับหรือปรับหน้ากากบ่อย ๆ

วิธีเช็กหน้ากากที่ใช้อยู่ว่าได้มาตรฐานอะไร

  • ดูที่กล่องหรือฉลากว่าระบุ ASTM F2100 หรือมาตรฐานฉบับใดอย่างชัดเจนหรือไม่
  • ถ้าระบุ ASTM Level 1 / 2 / 3 ให้ตรวจสอบว่าเป็นมาตรฐานฉบับใด เช่น F2100-19, F2100-25 หรือ F2100-26
  • ตรวจสอบค่า BFE, PFE และความต้านทานต่อเลือดสังเคราะห์ตามที่ผู้ผลิตระบุ
  • หากอ้างมาตรฐานไทย ให้ตรวจสอบเครื่องหมายและข้อมูล มอก. 2424-2565 รวมถึงข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลมาตรฐานและรายละเอียดการทดสอบชัดเจน สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

สรุป

ASTM Level 1, 2 และ 3 เป็นระดับสมรรถนะของหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ไม่ใช่ระดับ "กันเชื้อได้มากน้อย" เพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นที่ทุกคนจะต้องเลือก Level 3 การเลือกหน้ากากที่เหมาะสมควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน ความเสี่ยงต่อของเหลว มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญคือ การสวมใส่ให้กระชับกับใบหน้า

และหากต้องการการป้องกันจากอนุภาคขนาดเล็กในระดับ respirator เช่น ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการสูดดมอนุภาคสูง ควรเลือก respirator ที่ได้รับการรับรองให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ แทนการพิจารณา ASTM Level ของ medical face mask เพียงอย่างเดียว

เอกสารอ้างอิง:
1. ASTM International. ASTM F2100-19, Standard Specification for Medical Face Masks.
2. ASTM International. ASTM F1862/F1862M, Standard Test Method for Resistance of Medical Face Masks to Penetration by Synthetic Blood.
3. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. มอก. 2424-2565 หน้ากากอนามัยใช้ครั้งเดียว.
4. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. มอก. 2424-2562 หน้ากากอนามัยใช้ครั้งเดียว (มาตรฐานฉบับเดิม ซึ่งปัจจุบันยกเลิกแล้ว).


บทความที่เกี่ยวข้อง: หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ vs หน้ากากคาร์บอน ต่างกันอย่างไร | วิธีเลือกหน้ากากอนามัยสำหรับเด็กให้เหมาะสม

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้